พระราชวังกรุงธนบุรี (วังเดิม)
หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกอบกู้เอกราชให้ชาติไทยได้ใน พ.ศ.
2310 นั้น
ก็ทรงโปรดฯให้สร้างพระราชวังกรุงธนบุรีขึ้นพร้อมกับสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี
แทนกรุงศรีอยุธยาที่ถูกทำลายลงยากที่จะบูรณะกลับมาดั่งเดิม
พระราชวังกรุงธนบุรีใช้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
เชื้อพระวงศ์ตลอดจนข้าราชการระดับสูงในยุครัตนโกสินทร์
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5
พระราชทานให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ (ปัจจุบัน
โรงเรียนนายเรือตั้งอยู่ที่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ)
ปัจจุบันพระราชวังกรุงธนบุรีอยู่ในความดูแลของมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานและกองทัพเรือ
ตั้งอยู่ในพื้นที่ภายในกองบัญชาการกองทัพเรือ (เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ)
เพราะฉะนั้นจึงไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าชมพระราชวังกรุงธนบุรีเว้นแต่จะแจ้งความจำนงค์หรือเปิดให้เข้าชมเนื่องในวันพิเศษต่างๆ
และในปี พ.ศ. 2562 นี้ มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานภายในพระราชวังเดิม
ได้ร่วมกับกองบัญชาการกองทัพเรือ
เปิดพระราชวังกรุงธนบุรีให้บุคคลภายนอกเข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งวันที่
14 - 28 ธันวาคม 2562
จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เยี่ยมชมและศึกษาประวัติศาสตร์สมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี
การเดินทางนั้นเริ่มจากรถโดยสารประจำทาง สาย 1
จากเยาวราชเพื่อไปท่าเตียนนั่งเรือข้ามฟาก
โดยเราจะใช้บริการรถโดยสารประจำทางสาย 1 ที่ถนนเยาวราช ไปลงที่วัดโพธิ์
จากนั้นก็เดินตรงขึ้นไปจนสุดถนน (ถนนมหาราช)
|
| จุดตัดระหว่างถนนมหาราชกับถนนท้ายวัง |
|
| บรรยากาศบริเวณท่าเตียน (ถ่ายจากกำแพงพระบรมมหาราชวัง ฝั่งด้านถนนท้ายวังและถนนมหาราช) |
จากริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ฝั่งด้านถนนท้ายวังและถนนมหาราช
เมื่อมองตรงไปจะเห็นตึกตรอกซอย ตรงนั้นด้านในสุดจะเป็นท่าน้ำ เรียกว่า
"ท่าเตียน"
|
| ท่าเตียน (ท่าน้ำเดินเข้าไปในซอยด้านข้าง) |
เมื่อเราเดินเข้าไปในซอยจะพบว่าด้านซ้ายมือของเราที่เป็นตึกแถวสีเขียว-เหลืองนั้นมีพ่อค้าแม่ค้าเปิดร้านขายของ
มีทั้งอาหาร เสื้อผ้า ของที่ระลึก และมีคนต่างชาตินักท่องแวะช้อปปิ้งกัน
ส่วนท่าน้ำนั้นอยู่ด้านในสุดเลยจ้าาา
|
| ทางขึ้นเรือเดินไปที่ลูกศรชี้เลย |
ภาพด้านล่างเป็นทางเข้า-ออกสำหรับขึ้นลงเรือข้ามฟาก ราคาค่าโดยสาร 4 บาท / คน
คนไทยกับคนต่างชาติราคาเท่ากันครับ
|
| ทางเข้า-ออกสำหรับขึ้นลงเรือข้ามฟาก ราคาค่าโดยสาร 4 บาท / คน |
เมื่อเข้ามาด้านในจะเห็นร้านค้าขายของที่ระลึก
และเราก็ต่อคิวเพื่อรอขึ้นเรือข้ามฟาก เมื่อถึงคิวเราก็จ่ายค่าโดยสาร 4 บาท
แล้วเดินออกไปขึ้นเรือได้เลย
|
| ต่อคิวรอจ่ายค่าโดยสาร 2 ข้างจะเป็นร้านขายของที่ระลึก |
|
| เมื่อผ่านจุดจ่ายค่าโดยสารแล้วเราก็เดินขึ้นเรือได้เลยจ้า |
|
| ฝั่งตรงข้ามเรียกว่า ฝั่งธนบุรี ส่วนที่เห็นในภาพบนคือพระปรางค์วัดอรุณฯ |
เมื่อมาถึงฝั่งธนบุรีแล้ว ให้เราเดินตรงไปเรื่อยๆ จะพบทางเข้าวัดอรุณฯ
อยู่ทางซ้ายมือ
ซึ่งจริงๆแล้วเราสามารถเดินเข้าวัดอรุณฯเพื่อไปพระราชวังกรุงธนบุรีได้เลย
แต่ด้วยความที่ไม่แน่ใจ จึงถามแม่ค้าเท่านั้นก่อน แม่ค้าบอกว่าประตูปิด
ให้เดินอ้อมไปทางด้านหลังซึ่งก็คือ ถนนวังเดิม
|
| เมื่อข้ามมาถึงฝั่งธนบุรีแล้วจะมีซอยเล็กๆ เราเดินตรงไป |
|
| ประตูเข้าวัดอรุณฯนี้สามารถลัดไปพระราชวังกรุงธนบุรีได้ แต่แม่ค้าบอกว่าปิด ให้เดินอ้อม |
เมื่อเราไม่ได้เดินเข้าประตูวัดอรุณฯที่ผ่านมาเมื่อกี้
เราก็เดินตรงไปจนสุดจะเห็นถนนเล็กๆ เรียกว่า ถนนวังเดิม
ให้เราเลี้ยวซ้ายแล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 5 นาที
|
| ถนนวังเดิม ด้านหลังวัดอรุณฯ |
และแล้วเราก็เดินมาถึงด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ
ที่ตั้งของพระราชวังกรุงธนบุรี ซึ่งอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ
เดินเข้าไปได้เลยครับ ...
|
| ด้านหน้า กองบัญชาการกองทัพเรือ |
|
| พระปรางค์วัดอรุณฯ ถ่ายจากในกองบัญชาการกองทัพเรือ |
เราเดินตรงมาเรื่อยๆ เลี้ยวขวาไปตามถนน
(เดินตรงต่อไปไม่ได้เพราะสุดทางคือแม่น้ำเจ้าพระยา)
เราก็พบพระบรมราชานุเสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
แวะสักการะเพื่อเป็นสิริมงคล
|
| พระบรมราชานุเสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช |
หลังจากสักการะพระบรมราชานุเสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแล้ว
เดินไปอีกนิดนึงจะพบป้อมปืนใหญ่ ชื่อ "ป้อมวิไชยประสิทธิ์"
ที่สร้างในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
โดยเจ้าพระยาวิไชยเยนทร์เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง
ต่อมาเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกอบกู้เอกราชกลับมาได้จึงได้โปรดฯ
ให้สร้างพระราชวังหลวงในบริเวณป้อมพร้อมกับสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี
และพระราชทานนามใหม่ว่า "ป้อมวิไชยประสิทธิ์"
|
| ป้อมวิไชยประสิทธิ์ สร้างในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช |
|
| ด้านในป้อมวิไชยประสิทธิ์ |
|
| กระบอกปืนทั้ง 4 กระบอก หันออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา |
|
| ป้อมวิไชยประสิทธิ์ |
เมื่อได้ชมได้เห็นป้อมวิไชยประสิทธิ์ใกล้ๆอย่างเต็มตาแล้ว
ทีนี้เราจะนำท่านเข้าสู่ส่วนที่เรียกว่า พระราชวังกรุงธนบุรี
|
| ประตูทางเข้าสู้พระราชวังกรุงธนบุรี (อยู่ด้านหลังพระบรมราชานุเสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) |
เมื่อเราก้าวข้ามเข้ามาในส่วนของพระราชวังกรุงธนบุรี
ภายในจะประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญต่างๆดังนี้
เรือนเขียว
ตำหนักเก๋งคู่หลังเล็ก
ตำหนักเก๋งคู่หลังใหญ่
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ศาลศีรษะปลาวาฬ
ท้องพระโรง
ตำหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
เรือนเขียว
เรือนเขียวตั้งอยู่ห่างออกจากสถานที่อื่นๆในพระราชวังกรุงธนบุรี เมื่อเราผ่านประตูพระราชวังกรุงธนบุรีเข้ามา เรือนเขียวจะตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ เรือนเขียวเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2443-2449 เป็นอาคารโรงพยาบาลของโรงเรียนนายเรือ
ในวันที่ไปชมนั้นภายในเรือนเขียวนั้นจัดเป็นห้องชมวิดีโอกล่าวถึงประวัติความเป็นมา / สถานที่ส่วนต่างๆ ภายในพระราชวังกรุงธนบุรี แสดงวัตถุโบราณสมัยกรุงธนบุรีรวมไปถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ เราเลยนำรูปเฉพาะตัวอาคารเรือนเขียวมาให้ชมกันครับ
ในวันที่ไปชมนั้นภายในเรือนเขียวนั้นจัดเป็นห้องชมวิดีโอกล่าวถึงประวัติความเป็นมา / สถานที่ส่วนต่างๆ ภายในพระราชวังกรุงธนบุรี แสดงวัตถุโบราณสมัยกรุงธนบุรีรวมไปถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ เราเลยนำรูปเฉพาะตัวอาคารเรือนเขียวมาให้ชมกันครับ
![]() |
| เรือนเขียว |
![]() |
| ระเบียงเรือนเขียว |
![]() |
| ระเบียงเรือนเขียว |
ตำหนักเก๋งคู่หลังเล็ก - ตำหนักเก๋งคู่หลังใหญ่
ตำหนักเก๋งคู่หลังเล็กและตำหนักเก๋งคู่หลังใหญ่ตั้งอยู่ติดกัน เมื่อเราผ่านประตูพระราชวังกรุงธนบุรีเข้ามาตำหนักเก๋งคู่หลังเล็ก - ตำหนักเก๋งคู่หลังใหญ่จะอยู่ด้านขวามือ บริเวณใกล้กับศาลศีรษะปลาวาฬ ตำหนักเก๋งคู่หลังเล็กและตำหนักเก๋งคู่หลังใหญ่สร้างขึ้นในช่วง พ.ศ. 2367-2394 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขณะนั้นทรงดำรงพระยศ สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์)
ปัจจุบันตำหนักเก๋งคู่หลังเล็กใช้จัดแสดงเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการรบและอาวุธโบราณชนิดต่างๆของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ส่วนตำหนักเก๋งคู่หลังใหญ่ใช้จัดแสดงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในด้านสังคม เศรษฐกิจ ศาสนาและศิลปกรรม จิตรกรรม สิ่งของ หุ่นจำลองและแผนที่ ภายในตำหนักเก๋งคู่ทั้ง 2 หลัง ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพเช่นกันครับ
![]() |
| ตำหนักเก๋งคู่หลังเล็ก (ซ้าย) - ตำหนักเก๋งคู่หลังใหญ่ (ขวา) |
ปัจจุบันตำหนักเก๋งคู่หลังเล็กใช้จัดแสดงเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการรบและอาวุธโบราณชนิดต่างๆของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ส่วนตำหนักเก๋งคู่หลังใหญ่ใช้จัดแสดงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในด้านสังคม เศรษฐกิจ ศาสนาและศิลปกรรม จิตรกรรม สิ่งของ หุ่นจำลองและแผนที่ ภายในตำหนักเก๋งคู่ทั้ง 2 หลัง ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพเช่นกันครับ
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชหลังปัจจุบันสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2424-2443 แทนหลังเก่าที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ภายในศาลประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
![]() |
| ด้านนอกศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช |
![]() |
| ด้านในศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช |
![]() |
| ด้านในศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช |
![]() |
| ด้านในศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช |
ศาลศีรษะปลาวาฬ
สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2542 บนฐานของศาลหลังเดิมที่ขุดพบขณะสำรวจทางโบราณคดี วัตถุประสงค์ก็เพื่อจัดแสดงกระดูกศีรษะปลาวาฬที่ขุดพบโดยบังเอิญเมื่อปี พ.ศ. 2538
![]() |
| กระดูกศีรษะปลาวาฬที่ขุดพบโดยบังเอิญเมื่อปี พ.ศ. 2538 |
ท้องพระโรง
ท้องพระโรงตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยท้องพระโรงนั้นสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2310 พร้อมกับพระราชวังกรุงธนบุรีและสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี ท้องพระโรงประกอบด้วยพระที่นั่ง 2 องค์ คือ "ท้องพระโรง" ใช้เป็นที่ออกขุนนาง และ "พระที่นั่งขวาง" เป็นที่ประทับส่วนพระองค์
![]() |
| พระที่นั่ง"ท้องพระโรง"จัดการแสดงภาพและประวัติความเป็นมา รวมไปถึงขั้นตอนการบูรณะซ่อมแซมส่วนต่างๆของพระราชวังกรุงธนบุรี |
![]() |
| ทางเข้า "พระที่นั่งขวาง" เป็นส่วนราชมณเฑียรใช้เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ (ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพด้านใน) |
ตำหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตำหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ถัดจากท้องพระโรง สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2367-2394 ในสมัยรัตนโกสินทร์ ด้านหน้าของตำหนักมีปืนใหญ่ตั้งอยู่ ตำหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวนี้มี 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นที่อยู่ของข้าราชบริพาร (ปัจจุบันใช้จัดแสดงนิทรรศการเงินตรา เครื่องถมทอง เครื่องถ้วยโบราณ) ส่วนชั้นบนเป็นที่ประทับของเจ้านาย (ปัจจุบันใช้เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว) ด้านในไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ
![]() |
| ด้านหน้าของตำหนักมีปืนใหญ่ตั้งอยู่ |
![]() |
| ชั้นล่างเป็นที่อยู่ของข้าราชบริพาร - ชั้นบนเป็นที่ประทับของเจ้านาย |
ครบแล้วสำหรับการเข้าเที่ยวเยี่ยมชมพระราชวังกรุงธนบุรี ในวันนี้ ขากลับนั้นเราสามารถออกทางประตูด้านข้างของกองบัญชาการกองทัพเรือได้ที่บริเวณ อาคาร 6 สำนักงานผู้บังคับบัญชา ทร. ได้เลย ซึ่งพอออกไปก็จะเป็นวัดอรุณฯ
![]() |
| ขากลับออกประตูด้านข้างนี้ได้เลย (ประตูนี้ปิด-เปิดเวลา 9.00-15.00 น.) |
![]() |
| วัดอรุณฯ |
โอกาสหน้าจะไปเที่ยวเยี่ยมชมที่ไหนจะมาเขียนเล่าให้อ่านอีกนะครับ
ขอบคุณที่ติดตามครับ
ข้อมูลพระราชวังกรุงธนบุรีเพิ่มเติม www.facebook.com/wangdermpalace
ภาพถ่ายด้วยกล้อง Canon EOS M50 เลนส์ Canon Ef-m 15-45 mm และ Canon Ef-s 10-18 mm ผ่าน Adapter Canon

































